image

Standard

ส่วนหนึ่งของลูกค้าที่ใช้บริการเรา :

  

 

  • บทที่ 1
    ทั่วไป     

       1.1  ข้อบัญญัติส่วนที่เกี่ยวกับ การรื้อถอนทำลายนี้ มีวัตถุประสงค์จะให้สมบูรณ์ในตัวเอง  แต่เมื่อกล่าวถึงอุปกรณ์หรือเครื่องมือต่าง ๆ เช่น  นั่งร้าน, บันไดไต่, ปั้นจั่น (Derricks) ,กว้าน (Hoists) ฯลฯ  ซึ่งเกี่ยวข้องกับงานรื้อถอนทำลาย  จะต้องสร้าง, ติดตั้งตรวจสอบ,  บำรุงรักษาและใช้งานให้เป็นไปตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการสร้าง, ติดตั้งตรวจสอบ, บำรุงรักษาและใช้งาน อุปกรณ์ดังกล่าวซึ่งได้ระบุไว้ในข้อบัญญัติส่วนที่เกี่ยวข้อง

       1.2  ในงานรื้อถอนทำลายนี้  ถ้าขั้นตอนของงานตอนใดมีเทศบัญญัติ, ประกาศกระทรวงหรือข้อบังคับใด ๆ ซึ่งรัฐได้ตราไว้  จะต้องปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด

       1.3  ห้ามทำให้โครงสร้าง, ส่วนหนึ่งส่วนใดของโครงสร้าง, พื้นหรือค้ำยันชั่วคราว, นั่งร้าน,  ทางเดินเลียบ (Sidewalk) เพิงหรือสะพานหรืออุปกรณ์, เครื่องมือใด ๆ รับน้ำหนักเกินพิกัดที่ปลอดภัย  หรือเกินหนึ่งในสามของแรงประลัย

       1.4  จะต้องจัดทางเดินหรือถนนให้ผู้ปฏิบัติงานใช้รวมทั้งแนะนำเส้นทางในการใช้ทางเดินหรือถนนนี้จะต้องจัดให้มีแสงสว่าง  ไม่มีขยะมูลฝอยหรือวัตถุอื่นทิ้งเกลื่อนกลาด

       1.5 ไม้ซึ่งมีตะปูตอกยื่นออกมา  จะต้องถอนตะปูให้หมด  หรือตอกให้ฝั่งจมเนื้อไม้  หรือตีพับและจะต้องกระทำทันทีหลังจากรื้อไม้ออกจากโครงสร้าง  หรืออาจกองรวมไม้เหล่านี้ไว้เพื่อถอนตะปูหรือเผาทิ้งภายหลัง

       1.6  ป้ายและสัญญาณไฟเตือนอันตราย

       1.6.1 ในงานรื้อถอนทำลายทุกครั้งจะต้องติดป้ายเตือนอันตรายไว้รอบบริเวณ  รวมทั้งกั้นรั้วไว้บริเวณทางผ่านเข้าออก  โดยเว้นไว้เฉพาะที่ใช้เป็นเส้นทางเดินหรือขนย้ายวัสดุโดยแท้จริง

       1.6.2 ในสภาพมืดครึ้ม  จะต้องมีหลอดไฟหรือสัญญาณไฟกะพริบสีแดงติดไว้ที่รั้วกั้น

       1.6.3  เมื่อพักงาน  ผู้รับเหมาต้องจัดยามไว้ห้ามประชาชนที่จะเข้ามาในบริเวณงานรวมทั้งคอยดูแลความเรียบร้อยของป้ายเตือนอันตราย, ไฟแสงสว่างและรั้วกั้น

       1.7  ผู้ปฏิบัติงานซึ่งใช้เครื่องสกัดลม  จะต้องสวมแว่นนิรภัย  ซึ่งได้รับการทดสอบความแข็งแรงของเลนซ์แล้ว  โดยให้เป็นไปตามข้อบัญญัติความปลอดภัย   ซึ่งว่าด้วยเรื่อง เครื่องป้องกันอันตรายต่อศีรษะ  ดวงตาและการหายใจของผู้ปฏิบัติงานในโรงงานอุตสาหกรรม  และถ้าในบริเวณงานมีฝุ่นมาก  ผู้ปฏิบัติงานต้องสวมหน้ากากกรองฝุ่นด้วย

       1.8  งานส่วนใดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการใช้แม่แรง  ให้ดูหมวดที่ 4  บทที่ 4

       1.9  ขนาดของไม้ซึ่งกล่าวไว้ในข้อบัญญัติส่วนนี้  ให้ถือตามขนาดที่ซื้อขายในท้องตลาด

  • บทที่ 2
    การเตรียมงาน

       2.1  ก่อนจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างซึ่งบางส่วนถูกไฟไหม้, น้ำท่วม,  ถูกระเบิดหรือด้วยสาเหตุอื่น ๆ จะต้องใช้แกงแนงหรือค้ำยันกำแพงตามข้อกำหนดของส่วนข้าราชการซึ่งเกี่ยวข้องหรือถ้าไม่มี  ให้ปฏิบัติตามวิศวกรที่ได้รับมอบหมายความรับผิดชอบ

       2.2  การตัดบริการต่าง ๆ

       2.2.1  จะต้องปลดไฟบริการไฟฟ้าต่าง ๆ ในสิ่งปลูกสร้าง  และตัดหรือปลดสวิทช์ตัดตอนไฟฟ้าจากภายนอกก่อนที่จะเริ่มงานรื้อถอนทำลาย  การตัดหรือปลดสวิทซ์ตัดตอนนั้น  ผู้รับเหมาหรือเจ้าของทรัพย์สินจะต้องแจ้งให้การไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเป็นผู้ดำเนินการ

       2.2.2  จะต้องตัดบริการทางด้านแก๊ส, น้ำประปา, ไอน้ำ หรือบริการอื่นๆ โดยปิดวาวล์หรืออุดปลั๊กท่อหรือมิฉะนั้นให้มีบริการได้บ้าง โดยควบคุมการจ่ายจากภายนอกอาคารหรือที่ฟุตบาต ก่อนที่จะเริ่มงานรื้อถอนทำลาย แต่ละกรณีผู้รับเหมาหรือเจ้าของทรัพย์สินจะต้องแจ้งการประปานครหลวง หรือบริษัทที่เกี่ยวข้องให้ทราบล่วงหน้าเพื่ออนุมัติหรือดำเนินการให้

       2.3  ถ้าจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้า, น้ำ หรืออื่น ๆ ในงานรื้อถอนทำลาย  สายหรือท่อต่าง ๆ เหล่านี้จะต้องเป็นแบบเดินใช้ชั่วคราว  โดยเปลี่ยนแนวทางเดินใหม่  หรือป้องกันโดยมีครอบแข็งแรงครอบไว้   ซึ่งจะต้องได้รับความเห็นชอบจากองค์การหรือบริษัทที่เกี่ยวข้องรวมทั้งต้องดำเนินการให้เป็นไปตามข้อบัญญัติหรือกฎหมายที่ควบคุมเกี่ยวกับเรื่องนี้

       2.4  จะต้องถอดหน้าต่าง, ประตู ซึ่งเป็นกระจกออกก่อนจะเริ่มงานรื้อถอนทำลาย

       2.5  จะต้องสร้างราวกั้นที่ช่องว่างซึ่งเปิดไว้ที่ผนังซึ่งทะลุออกนอกตัวอาคาร  และอยู่สูงจากพื้นตั้งแต่ 90 ซม.ขึ้นไป   การสร้างราวกั้นดังกล่าวมีข้อยกเว้นสำหรับชั้นอาคารที่กำลังรื้อถอนกันอยู่  หรือชั้นล่างสุด

       2.6  ปล่องหรือช่องว่างที่เปิดว่างไว้ที่พื้น   ถ้าไม่ใช้สำหรับขนถ่ายสิ่งรื้อถอนลงจะต้องมีฝาปิดหรือล้อมด้วยราวกั้นหรือรั้วกันตกและขอบกันของตก

       2.7  ยกเว้นงานสกัดช่องที่พื้นเพื่อใช้เป็นช่องขนถ่านสิ่งรื้อถอนและช่องสำหรับทิ้งวัสดุ   การเตรียมสถานที่ที่เก็บวัสดุ   และงานเตรียมการรื้อถอนทำลายที่จำเป็นแล้ว  การรื้อถอนทำลายกำแพงผนังและพื้นอาคารจะต้องขนทิ้งไปยังสถานที่เก็บวัสดุที่เตรียมไว้  ก่อนที่จะเริ่มลงมือรื้อชั้นล่างต่อไปข้อกำหนดนี้ไม่บังคับเกี่ยวกับการรื้อโครงสร้างเป็นส่วน ๆ ซึ่งการรื้อนั้นได้เตรียมการไว้ดีแล้วในการป้องกันอันตรายที่จะเกิดแก่ชีวิตผู้ปฏิบัติงานและทรัพย์สิน

  • บทที่ 3
    การป้องกันอันตรายต่อสาธารณะและบริเวณพื้นชั้นล่างสุด

       3.1  ก่อนเริ่มงานรื้อถอนทำลาย จะต้องปิดกั้นหรือมีการป้องกันฟุตบาทหรือถนนที่อยู่ใกล้กับบริเวณงานตามที่ได้กำหนดไว้ในหมวดนี้  ถนนที่จะออกไปสู่ถนนหลวงจะต้องไม่มีสิ่งของหรือสิ่งกีดขวางใดๆวางเกะกะ

       3.2  ถ้ารื้อถอนทำลายสิ่งปลูกสร้างซึ่งสูงเกินกว่า 2 ชั้น  หรือ 7.50 เมตร  วัดจากระดับฟุตปาตหรือถนนและห่างจากขอบถนนตามแนวราบถึงสิ่งปลูกสร้างไม่เกิน 4.50 เมตรจะต้องสร้างหลังคาคลุมฟุตปาตตลอดแนวที่ใกล้กับสิ่งลูกสร้างให้แข็แรง  และให้กว้างพอที่การสัญจรไปมาจะไม่ติดขัดหลังคาคลุมฟุตปาตดังกล่าวนี้จะต้องมีแสงสว่างโดยธรรมชาติหรือใช้หลอดไฟฟ้าให้มีความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา

       3.3  หลังคาคลุมฟุตปาตดังกล่าวจะต้องรับน้ำหนัก 720 กิโลกรัมต่อตารางเมตร  ได้โดยปลอดภัย  และถ้าจำเป็นต้องกองวัสดุเหล่านั้นไว้   หลังคาคลุมจะต้องรับน้ำหนักได้อย่างน้อย 1,440 กิโลกรัมต่อตารางเมตร

       3.4  ด้านชายคาและด้านปลายสุดของหลังคาคลุมจะต้องสร้างให้สูงอย่างน้อย 1 เมตร  ขอบนี้อาจจะสร้างตั้งฉากหรือเอียงเป็นมุม 45 องศา   ออกด้านนอกโดยยึดให้มั่นคงกับเสาและปูกระดานตรึงชิดกัน  หรืออาจใช้วิธีตีขอบกันของตกยึดไว้ที่ฐานและขึงด้วยลวดตะแกรงอาบสังกะสีขนาดเบอร์ 16 U.S. gage

       3.5  หลังคาคลุมที่เปิดช่องไว้สำหรับขนถ่ายสิ่งรื้อถอนจะต้องปิดไว้ตลอดเวลาเว้นแต่ตอนที่ทำการขนถ่ายจริงๆ

       3.6  ไม้กระดานปูหลังคาคลุมฟุตปาต จะต้องหนาไม่น้อยกว่า 5 ซม.  ปูชิดกันและป้องกันน้ำรั่วซึม  ชิ้นส่วนต่าง ๆ ของหลังคาคลุมจะต้องยึดกันแข็งแรงและต่อกันโดยไม่หลุดออกได้ง่าย  หรือไม่ทำให้โครงสร้างซึ่งเปลี่ยนรูปไป

       3.7  ถ้าพื้นหลังคาคลุมไม่ได้สร้างติดกับผนังของสิ่งปลูกสร้างที่จะทำการรื้อจะต้องทำรั้วกั้นตลอดแนวฟุตปาตด้านที่ใกล้อาคาร  ข้อกำหนดนี้ไม่บังคับสำหรับบางแห่งซึ่งอาจเว้นช่องสร้างประตูเลื่อนหรือประตูปิดเปิดไว้ตามความจำเป็นของงาน

       3.8 ในกรณีที่ระยะห่างระหว่างขอบฟุตปาตกับสิ่งปลูกสร้างเกินกว่า 4.50 เมตร  และน้อยกว่า 7.50 เมตรการสร้างหลังคาคลุมทางเดินอาจจะสร้างตามแบบดังได้กล่าวแล้วหรือแทนที่จะสร้างเป็นแบบหลังคาคลุม  อาจจะสร้างเป็นรั้วกั้นแข็งแรงตามแนวขอบฟุตปาตด้านใกล้สิ่งปลูกสร้าง  หรือถ้าได้รับอนุญาต  อาจจะสร้างติดกับฟุตปาตตามแนวของถนนด้านใกล้สิ่งปลูกสร้าง

       3.9  จะต้องสร้างรั้วกั้นดังกล่าวด้วยไม้หรือวัสดุอื่นที่เหมาะสมสูงอย่างน้อย 1.80 เมตร  และกั้นทึบทั้งด้านสูงและด้านยาวตลอด  ยกเว้นแต่ส่วนที่เปิดช่องไว้ทำเป็นบานปิดเปิดหรือประตูเลื่อนตามความจำเป็นของงาน

       3.10  ถ้าระยะห่างระหว่างขอบฟุตปาตกับสิ่งปลูกสร้างเกินกว่า 7.50 เมตร  อาจจะสร้างหลังคาคลุมหรือรั้วกั้นดังได้กล่าวแล้ว  หรือแทนที่จะสร้างเป็นแบบหลังคาคลุมหรือรั้วกั้นอาจจะสร้างเป็นราวกั้นให้แข็งแรงตามแนวขอบฟุตปาต  หรือขอบถนนตลอดความยาวของพื้นที่ปฏิบัติงานรื้อถอนทำลาย  โดยมีคันปิดกั้นยกปิดเปิดได้ตามความจำเป็นของงาน

       3.11  ต้องไม่คลุมถึงทางเข้าอาคารที่จะรื้อถอนทำลาย  ถ้าสร้างหลังคาคลุมทางเดินไว้ อาจจะสร้างหลังคาทางเข้า  (Canopy) ให้ยื่นยาวออกมาจากขอบตึกไม่น้อยกว่า 2.40 เมตร ในแต่ละกรณีหลังคาจะต้องกว้างกว่าทางเข้าหรือช่องประตูอาคารอย่างน้อย 60 ซม.  และหลังคาทางเข้าดังกล่าวจะต้องสร้างให้แข็งแรงเช่นเดียวกับหลังคาคลุมทางเดินตามที่ระบุไว้ในข้อ 3.6

  • บทที่ 4
    การขนถ่ายวัสดุจากการรื้อถอนทำลาย
    ก.  โดยผ่านรางระบายวัสดุ  (Chute)

       4.1 ห้ามทิ้งวัสดุลงมาจากที่สูงลงสู่พื้นภายนอกอาคารเว้นแต่ได้ทำรางระบายวัสดุที่ปิดมิดชิดโดยใช้ไม้หรือโลหะ

       4.2  รางระบายวัสดุซึ่งเอนทำมุม 45 องศากับแนวราบ จะต้องมีฝาสี่ด้านปิดมิดชิด  จะเปิดไว้ใกล้หรือที่พื้นอาคารเพื่อรับวัสดุที่ขนทิ้งเท่านั้น

       4.3  ช่องเปิดดังกล่าวตามข้อ 4.2  จะต้องสูงไม่เกิน 1.20 เมตร วัดตามแนวผนังของท่อระบายวัสดุและช่องที่เปิดไว้เช่นนี้ทุกชั้นไม่นับชั้นบนสุดจะต้องปิดไว้ตลอดเวลาที่ไม่ใช้งาน

       4.4  รางระบายวัสดุที่ทำมุมน้อยกว่า 45 องศากับแนวราบ  อาจจะเปิดฝาด้านบนไว้ได้เว้นแต่ ถ้าจุดซึ่งรางระบายนี้ถ่ายวัสดุไปยังรางระบายวัสดุอีกรางหนึ่งซึ่งทำมุมเกินกว่า 45 องศากับแนวราบ  จะต้องมีฝาปิดด้านบนราง ณ จุดนั้นเพื่อป้องกันวัสดุทะลักออกนอกราง

       4.5  จะต้องสร้างประตูปิดแข็งแรงปิดไว้กับรางระบายวัสดุที่ใกล้จุดที่ถ่ายวัสดุออก  และมีคนงานที่ได้รับมอบหมายคอยปิดเปิดประตูรวมทั้งควบคุมการถอยหลังรถบรรทุก  และการถ่ายวัสดุลงรถบรรทุก

       4.6  จะต้องมอบหมายให้คนงานดังกล่าวคอยห้ามบุคคลอื่นไม่ให้ยืนและหรือผ่านใต้็็Hปากรางระบายวัสดุ

       4.7  เมื่อไม่มีการระบายวัสดุ  บริเวณอันตรายแถบปากรางระบายจะต้องปิดกั้นด้วยรั้ว  หรือสิ่งอื่นซึ่งไม่ให้เดินผ่านได้สะดวก

       4.8  บริเวณช่องที่เปิดไว้ชั้นบนเพื่อให้คนงานเทขยะหรือวัสดุลงรางระบาย, จะต้องมีรั้วปิดกั้นแข็งแรงสูงอย่างน้อย 90 ซม.  นับจากพื้นห้องหรือพื้นซึ่งคนงานยืนโกยวัสดุลงรางระบาย

       4.9  ถ้าใช้รถเข็นล้อเดียวสำหรับขนถ่ายวัสดุลงรางจะต้องสร้างขอบกันของตก  หรือกันชนหนาไม่น้อยกว่า 5 ซม.  และสูง 15 ซม.  ไว้ที่ปากช่องที่เปิดไว้ที่รางระบายและจะต้องใช้ไม้ปูปิดช่องว่างระหว่างรางระบายกับช่องที่เปิดไว้ที่รางระบาย  ซึ่งจะต้องใช้รถเข็นเข็นผ่านไป

       ข. โดยผ่านช่องที่เปิดไว้ที่พื้น

       4.10 ถ้าใช้วิธีการทิ้งวัสดุผ่านช่องที่เปิดไว้ที่พื้น  โดยไม่ใช้รางระบายวัสดุ  พื้นที่ของช่องเปิดที่ชั้นต่าง ๆ แต่ละชั้นระหว่างพื้นชั้นบนซึ่งจะทำการรื้อถอนทำลายกับชั้นล่างที่รับวัสดุจะต้องไม่เกิน 25ของพื้นที่ทั้งหมดของพื้นชั้นหนึ่ง ๆ

       4.11 พื้นที่ทั้งหมดของพื้นชั้นหนึ่ง ๆ อาจคำนวณได้โดยวิธีวัดความกว้างยาวของห้องจากขอบผนังด้านในซึ่งรวมทั้งพื้นที่ของช่องที่เปิดไว้ที่พื้น

              4.13 ช่องที่เปิดไว้ที่พื้นใต้ชั้นที่กำลังรื้อกำแพง, ผนังห้องหรือพื้น จะต้องมีรั้วกันตกและขอบกันของตกมาตรฐานกั้นไว้  หรือใช้ไม้กระดานปูปิดช่องว่างนั้น  ถ้าไม่ใช้เป็นช่องสำหรับเทวัสดุ

       4.14  จะต้องสร้างราวกั้นหรือรั้วกันตกให้แข็งแรงรอบช่องที่เปิดไว้ที่พื้นตามชั้นต่าง ๆ โดยมีความสูงไม่น้อยกว่า 90 ซม.   และห่างจากขอบช่องที่เปิดไว้ที่พื้นไม่น้อยกว่า 1.80 เมตร  ห้ามรื้อราวกั้นหรือรั้วกันตกออกจนกว่าได้ลงมือรื้อถอนทำลายชั้นที่อยู่เหนือถัดไปลงมายังชั้นดังกล่าวและได้ขนถ่ายขยะออกจากพื้นเรียบร้อยแล้ว

       4.15 ในการสกัดช่องที่พื้นของชั้นอาคารระหว่างชั้นที่กำลังรื้อถอนกับชั้นพื้นรับวัสดุ  ถ้าการสกัดนั้นจะทำให้พื้นหรือบางส่วนของพื้นชั้นอาคารเหล่านั้นไม่ปลอดภัย   จะต้องสร้างแกงแนงรับไว้

  • บทที่ 5
    บันไดถาวร   ทางผ่านและบันไดไต่

       5.1  เส้นทางทุกแห่งที่จะเข้าสู่อาคารที่จะทำการรื้อถอนทำลายจะต้องปิดกั้นไว้มิดชิดตลอดเวลา ยกเว้นบันไดถาวร, ทางผ่านและบันไดไต่  ซึ่งคนงานจำเป็นใช้ในการปฏิบัติงาน

       5.2   บันไดไต่ที่นำมาใช้งานจะต้องสร้างและใช้วัสดุให้เป็นไปตามข้อกำหนดในหมวดที่ 3 เรื่อง บันไดไต่ ของข้อบัญญัตินี้

       5.3  จะต้องรักษาบันไดถาวร, ทางผ่านและบันไดไต่  ซึ่งกล่าวไว้ในข้อ 5.1 ให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย

       5.4  จะต้องพาดบันไดไต่หรือแม่บันไดให้ยื่นเลยพื้นหรือยกพื้นไม่น้อยกว่า 1 เมตร

       5.5  จะต้องยึดบันไดไต่ให้มั่นคงไม่ให้ฐานไถลลื่นหรือปลายเคลื่อนตัวไปได้

  • บทที่ 6
    การรื้อผนัง

       6.1 ห้ามปล่อยให้เศษที่รื้อจากผนังปูนหรือส่วนที่สร้างด้วยปูนร่วงหล่นบนพื้นอาคาร  โดยที่เศษชิ้นส่วนเหล่านั้นมีน้ำหนักรวมเกินกว่าน้ำหนักที่พื้นจะรับได้

       6.2  ห้ามปล่อยให้ผนังซึ่งสูงเกินกว่า 22 เท่าของความหนาของผนังนั้นตั้งอยู่โดดเดี่ยวโดยไม่มีแกงแนงยันอยู่ด้านข้าง  เว้นแต่ผนังนั้นจะอยู่ในสภาพดีและออกแบบไว้ตั้งแต่ต้นให้ทรงตัวอยู่ได้โดยไม่ต้องมีค้ำยันรับ

       6.3  ห้ามอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงานทำงานบนสันกำแพงหรือผนังขณะที่ดินฟ้าอากาศแปรปรวน

       6.4  ห้ามตัดหรือรื้อถอนองค์อาคารซึ่งเป็นโครงสร้างหรือรับน้ำหนักอยู่จนกว่าจะได้รื้อถอนชั้นต่าง ๆ เหนือพื้นที่กำลังรื้อถอนออกหมดแล้ว  และได้ขนถ่ายเศษวัสดุที่รื้อออกหมดแล้ว  ความข้อนี้ไม่ครอบคลุมถึงการตัดคานพื้นตามวัตถุประสงค์   ซึ่งได้กล่าวไว้ในบทที่ 4  หมวดที่ 5 นี้  หรือเพื่อการติดตั้งอุปกรณ์หรือตามที่ได้กล่าวไว้ในข้อ 9.7  หมวดที่ 5  นี้

       6.5  ก่อนการรื้อถอนผนังภายในหรือภายนอกห่างจากช่องที่เปิดไว้ที่พื้นไม่เกิน 3 เมตร  ซึ่งวัสดุที่รื้อถอนอาจจะร่วงหล่นลงมาทางช่องนี้ได้ทันที  จะต้องปูกระดานปิดช่องที่เปิดไว้ดังกล่าวให้มั่นคงจนกว่าจะได้กั้นผู้ปฏิบัติงานซึ่งทำงานอยู่ตามชั้นต่าง ๆ ข้างล่างออกไปหมดแล้ว  หรือได้ปิดกั้นทางที่จะเข้ามายังชั้นต่าง ๆ ดังกล่าว

       6.6  การรื้อถอนอาคารซึ่งสร้างเป็นแบบโครงเหล็ก  (Skeleton Construction) จะต้องไม่รื้อโครงเหล็กออกจนกว่าจะได้รื้อส่วนที่เป็นปูนออกหมดแล้ว   ในระหว่างดำเนินการรื้อถอนและขนถ่ายส่วนที่เป็นปูนลงมาจะต้องไม่มีเศษวัสดุหล่นค้างอยู่ตามคาน, คานหลักหรือองค์อาคารอื่น ๆ

       6.7 จะต้องจัดทางเดินให้แก่ผู้ปฏิบัติงานที่จะต้องขึ้นไปทำงานตามนั่งร้านหรือผนัง   ทางเดินนี้จะต้องกว้างไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร

       6.8 หลังจากเสร็จงานวันหนึ่ง ๆ จะต้องให้ผนังซึ่งยังรื้อไม่เสร็จทรงตัวอยู่ได้  โดยไม่มีอันตรายจากการพังทลายลงมา

       6.9  ห้ามรื้อกำแพงซึ่งมีฐานรากใช้สำหรับกันดิน  หรือสำหรับต่อองค์อาคารจนกว่าได้ค้ำยันหรือใช้แกงแนงรับและได้ขุดดินออกหมดแล้ว  หรือได้ใช้เข็มพืดเหล็กหรือไม้ตอกกันไว้แล้ว

       6.10 ในการรื้อถอนปล่องควันที่สร้างด้วยอิฐหรือคอนกรีตซึ่งไม่ปลอดภัยในการทิ้งวัสดุที่รื้อลงมาให้ทิ้งวัสดุดังกล่าวลงในปล่องควัน

       6.11 จุดขนถ่ายวัสดุที่ปลายรางระบายวัสดุซึ่งอยู่ใกล้หรือที่ฐานปล่องควัน  จะต้องป้องกันอันตรายโดยทำหลังคาทางเข้า  (Canopy)  ปูด้วยไม้กระดานให้มีความแข็งแรงเทียบเท่าหลังคาคลุมทางเดินดังได้กล่าวไว้ตามข้อ 3.6 หมวดที่ 5 นี้

       6.12  จะต้องจัดหาหมวกแข็งซึ่งมีคุณภาพเชื่อถือได้ให้ผู้ปฏิบัติงานรื้อถอนทำลายใช้สวมขณะปฏิบัติงาน

       6.13  จะต้องกำหนดสถานที่ที่ทำการชั่วคราวในงานก่อสร้างและที่วางกล่องเครื่องมือ  ให้อยู่ในบริเวณที่จะไม่เกิดอันตรายจากผนังหรือวัสดุต่าง ๆ ที่หล่นลงมา

  • บทที่ 7

    แคร่รับวัสดุที่หล่นจากการรื้อถอน  (Catch platform)

       7.1  การรื้อผนังด้านนอกอาคารซึ่งสูงเกินกว่า 21 เมตร  จะต้องสร้างแคร่รับวัสดุที่หล่นจากการรื้อถอนตามแนวด้านนอกผนังเพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดแก่ประชาชน   หรือผู้ที่ปฏิบัติงานเบื้องล่าง

       7.2  จะต้องสร้างแคร่รับวัสดุดังกล่าวทางด้านนอกผนังอาคารให้ต่ำกว่าชั้นที่กำลังรื้อถอนไม่เกิน 3 ชั้น   และเมื่อการรื้อถอนได้กระทำมาจนถึงชั้นที่สามนับจากพื้นดิน  ก็ไม่จำเป็นต้องสร้างแคร่รับวัสดุ

       7.3  แคร่รับวัสดุจะต้องกว้างไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร  วัดตามแนวราบจากผนังอาคารและจะต้องมีขาหยั่ง (Outriggers)  และปูกระดาน กระดานจะต้องปูชิดกันและไม่เว้นช่องว่างตอนที่ต่อกับผนัง

       7.4  อาจจะสร้างแคร่รับวัสดุ  โดยใช้วัสดุอย่างอื่นนอกเหนือจากไม้  แต่วัสดุนั้นจะต้องมีความแข็งแรงเทียบเท่า  และไม่เสื่อมสภาพเมื่อโยนวัสดุหล่นลงมากระแทก

       7.5  แคร่รับวัสดุจะต้องรับน้ำหนักบรรทุกไม่น้อยกว่า 600 กิโลกรัม / ตารางเมตร

       7.6  แคร่รับวัสดุจะต้องวางเอียงโดยขอบด้านนอกสูงกว่าขอบด้านในอย่างน้อย 15 ซม.

       7.7 ขาหยั่งจะต้องแข็งแรงพอที่จะค้ำยันไม่ให้แคร่รับวัสดุพังลงมา  และจะต้องวางห่างกันระยะไม่เกิน 3 เมตร

       7.8  ขาหยั่งจะต้องมีที่ยันรับแข็งแรง  เช่น ยันกับตัวอาคารหรือมีค้ำยันที่ยึดมั่นคงผ่านทางช่องหน้าต่างไม้  กระดานซึ่งปูไว้ โดยมีขาหยั่งรับจะต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 5  ซม.ปลายกระดานจะต้องปูทับกันที่จุดยันรับ  โดยเกยห่างจากจุดยันรับอย่างน้อย 30 ซม.  กระดานทุกแผ่นจะต้องตรึงไม่ให้เคลื่อนตัวได้

       7.9  จะต้องสร้างกรอบทำมุม 45 องศากับแนวราบที่ขอบด้านนอกของแคร่รับวัสดุ  โดยมีความกว้างไม่น้อยกว่า 120 ซ.ม.  นับตามแนวเอียงของกรอบจากขอบแคร่รับวัสดุ

       7.10 กรอบดังกล่าวขึงด้วยลวดตะแกรงอาบสังกะสีไม่น้อยกว่าลวดเบอร์ 16 U.S. gage wire และช่องตะแกรงขนาด 3.7 ซ.ม. รวมทั้งจะต้องมีไม้โยงยึดแผ่นตะแกรงดังกล่าว ทุก ๆ ระยะ 3 เมตร

       7.11 จะต้องไม่มีช่องว่างระหว่างแผ่นตะแกรงกับแคร่รับวัสดุ

       7.12 ไม้โยงยึดแผ่นตะแกรงจะต้องมีขนาดหน้าตัดไม่น้อยกว่า 5 x 15 ซม.  โดยด้านยาวกว่าจะต้องตั้งฉากกับขอบแผ่นตะแกรง

       7.13  ห้ามขนถ่ายวัสดุทิ้งลงบนแคร่รับวัสดุ   หรือใช้แคร่รับวัสดุเป็นที่เก็บวัสดุสิ่งของ

  • บทที่ 8
    การรอพื้น

       8.1  คำว่า  โค้งตั้งพื้น  (Floor arches) ในข้อบัญญัติต่อไปนี้ให้หมายถึงพื้นปูซึ่งปูนปิดระหว่างคานพื้นและคานหลักโดยไม่คำนึงถึงว่าจะเป็นพื้นแบบใด

       8.2  ในการสกัดช่องที่โค้งตั้งพื้นซึ่งปูปิดแนวเดียวตลอดระหว่างคานหรือจุดรับ 2 ตำแหน่งส่วนของโค้งตั้งพื้นที่จะสกัดทำช่องดังกล่าวอาจจะสกัดออกกว้างเพียงใดก็ได้  แต่จะต้องสกัดตลอดแนวโค้งตั้งพื้นซึ่งระหว่างช่วงคานหรือช่วงจุดรับ

       8.3  การสั่งให้ลูกจ้างรื้อพื้นออก  จะต้องจัดหาไม้กระดานขนาดหนาและกว้างไม่น้อยกว่า  5 x 25 ซม. ให้ลูกจ้างใช้ในการรื้อโค้งตั้งพื้น  การวางไม้กระดานจะต้องมั่นคงพอที่จะรับผู้ปฏิบัติงานไว้ได้  ถ้าโค้งตั้งพื้นถล่มลงมาโดยไม่คาดฝัน  และถ้าจำเป็นต้องใช้ผู้ปฏิบัติงานยืนทำงานโดยเหยียบกระดานขาละแผ่น  ระยะระหว่างกระดานจะต้องไม่เกิน  40 ซม.

       8.4  จะต้องจัดทางเดินกว้างไม่น้อยกว่า 75 ซม. ปูด้วยกระดานขนาดหนาและกว้างไม่น้อยกว่า 5 x 25 ซม.  เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานใช้เดินไปยังจุดปฏิบัติงาน  โดยไม่ให้เดินบนคานโล่ง ๆ

       8.5  จะต้องตอกคานยึดรับไม้กระดานพื้นทางเดินให้แข็งแรง  คานยึดดังกล่าวจะต้องวางอยู่บนคานพื้นหรือคานหลัก  โดยไม่วางบนโค้งตั้งพื้นเพียงอย่างเดียว

       8.6  ขณะที่ทำการรื้อโค้งตั้งพื้น จะต้องห้ามไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานอยู่ในบริเวณต่ำจากโค้งตั้งพื้นนั้นลงมา  และจะต้องสร้างราวกั้นไว้ไม่ให้ผู้ใดเข้าได้สะดวก

       8.7  ห้ามรื้อโค้งตั้งพื้นจนกว่าจะได้เก็บกวาดขยะและวัสดุที่ไม่จำเป็นใช้งานอื่น ๆ บนโค้งตั้งพื้นและบริเวณรอบ ๆ ในระยะ 6 เมตร   เรียบร้อยแล้ว

       8.8  ไม้กระดานซึ่งนำมาใช้ทำพื้นทางเดินเพื่อป้องกันอันตรายเป็นการชั่วคราวนั้น  จะต้องเป็นไม้ที่สมบูรณ์ม่มีตำหนิ  และหนาอย่างน้อย 5 ซม.  ปูชิดกัน  ปลายกระดานจะต้องต่อทับกันอย่างน้อย 10 ซม.  และหนาอย่างน้อย 5 ซม.  ปูชิดกัน  ปลายกระดานจะต้องต่อทับกันอย่างน้อย 10 ซม.  โดยวางอยู่บนสิ่งรองรับที่มั่นคง   เพื่อป้องกันการหลุดออกจากกันขณะรับน้ำหนัก

  • บทที่ 9
    สถานที่เก็บวัสดุ

       9.1  ห้ามเก็บวัสดุที่รื้อถอนออกหรือขยะบนพื้นอาคารหรือโครงสร้างที่จะรื้อถอนทำลายเกินกว่าพิกัดน้ำหนักที่พื้นนั้นจะรับได้

       9.2  สำหรับอาคารที่ใช้พื้นไม้อาจจะรื้อกระดานพื้นได้ไม่เกินหนึ่งชั้นนับจาก ฟุตปาตถนน เพื่อใช้เป็นที่เก็บขยะ โดยจะต้องป้องกันวัสดุที่ร่วงหล่นลงมาไม่ให้กระแทกเป็นอันตรายต่อการทรงตัวของโครงสร้างอาคารนั้น

       9.3 ในกรณีจำเป็นต้องคงคานไม้รับพื้นเอาไว้เพื่อใช้เป็นแกงแนงยึดผนังภายใน  หรือเพื่อให้ผนังภายนอกทรงตัวโดยลำพังอยู่ได้  จะต้องไม่รื้อถอนคานดังกล่าวจนกว่าจะได้สร้างค้ำยันอื่นขึ้นมายันแทนที่แล้ว

       9.4  สำหรับอาคารทนไฟ อาจจะรื้อถอนโค้งตั้งพื้นออกได้สูงไม่เกิน 7.50 เมตร นับจากฟุตปาตถนน เพื่อใช้เป็นที่เก็บขยะ แต่การรื้อถอนนี้จะต้องไม่เป็นอันตรายต่อการทรงตัวของโครงสร้างอาคารนั้น

       9.5  ถ้าการรื้อโค้งตั้งพื้นดังกล่าวมากกว่าหนึ่งชั้นพี้น การรื้อถอนจะต้องเริ่มตั้งแต่พื้นที่อยู่สูงสุดแต่จะต้องไม่เกิน 7.50 เมตร นับจากฟุตปาตถนน และทะยอยรื้อชั้นล่างลงมาตามลำดับตามความจำเป็นของงาน

       9.6  มีวิธีให้เลือกอีกวิธีหนึ่งคือ การรื้อโค้งตั้งพื้นจากที่ที่เก็บวัสดุอาจจะเริ่มตั้งแต่ชั้นล่างสุดเเล้ว ทะยอยรื้อชั้นสูงถัดขึ้นไป แต่มีข้อแม้ว่า การรื้อพื้นชั้นที่สูงถัดขึ้นไปนับจากชั้นล่างสุดจะต้องรอไว้ก่อนจนกว่าขยะในที่เก็บวัสดุจะกองสูงขึ้นมาไม่เกินหนึ่งชั้นให้โค้งตั้งพื้นที่จะรื้อออกนั้น

       9.7 คานเหล็กรับพื้นซึ่งเป็นคานระหว่าง (Intemediate steel floor beams) ซึ่งไม่เกี่ยวกับการทรงตัวของโครงสร้างอาจจะรื้อออกจากที่เก็บวัสดุได้ตามที่ได้กล่าวในข้อ 9.4

       9.8  การเทวัสดุจากชั้นบนลงมายังที่เก็บวัสดุจะต้องไม่กระทำติดต่อกัน โดยเฉพาะในช่วงที่ผู้ปฏิบัติงานกำลังรื้อโค้งตั้งพื้น, คานพื้น หรือปฏิบัคิงานอย่างหนึ่งอย่างใดในที่เก็บวัสดุนั้น

       9.9  จะต้องระวังไม่ให้ผนังรับแรงดันทางด้านข้างเนื่องจากการกองวัสดุหรือรับแรงกระแทกจากวัสดุที่หล่นลงมา

       9.10 จะต้องปิดกั้นบริเวณที่เก็บวัสดุซึ่งจะเทวัสดุลงมายกเว้นแต่ช่องที่เปิดไว้สำหรับขนถ่ายวัสดุและจะต้องปิดช่องที่ปิดไว้นี้ตลอดเวลาที่ไม่มีการขนถ่ายวัสดุ

  • บทที่ 10
    การรื้อถอนเหล็กโครงสร้าง

       10.1  เมื่อได้รื้อถอนโค้งตั้งพื้นออกแล้ว จะต้องปูกระดานพื้นโดยตลอดทับแนวคานซึ่งรับปั้นจั่นเว้นไว้แต่ช่องที่จะใช้ส่งวัสดุหรืออุปกรณ์

       10.2  ในการขับหรือควบคุมรถยกและปั้นจั่น จะต้องจัดให้มีการให้สัญญาณตามแบบมาตรฐานและผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวกับเครื่องจักรดังกล่าวนี้จะต้องได้รับการอบรมและเข้าใจสัญญาณดีแล้ว

       10.3  จะต้องใช้เชือกบังคับตำแหน่ง (Tag line or guide rope) วัสดุที่ยกขึ้นหรือวางลง

       10.4  ห้ามผู้ปฏิบัติงานโดยสารไปกับสิ่งของที่ยกลอยตัว

       10.5  ถ้ามีการยกท่อแก๊สอะเซททีลีน หรืออ๊อคซิเจนโดยใช้รถยกหรือปั้นจั่น จะต้องยึดท่อแก๊สดังกลาวไว้กับโครงใส่กระบะให้มั่นคงเพื่อยกขึ้นไป

       10.6  ห้ามตัดคานออกจนกว่าจะได้ทำการป้องกันไม่ให้คาน (ซึ่งผูกยึดด้วยสลิงจากรถยกหรือปั้นจั่น) แกว่ง  ซึ่งอาจจะกระแทกผู้ปฏิบัติงานหรืออุปกรณ์หรือโครงสร้างส่วนหนึ่งส่วนใดที่จะทำการรื้อออก

       10.7  ห้ามรื้อโครงเหล็กโดยวิธีปล่อยให้หล่นลงมา แต่ให้ใช้วิธีผูกหย่อนลงมาโดยใช้รถยกหรือปั้นจั่น

       10.8  ถ้าจำเป็นต้องรื้อโครงเหล็กอาคารโดยไม่ใช้ปั้นจั่น จะต้องปูกระดานทับแถวคาน ซึ่งอยู่ด้านล่างถัดจากคานหรือเสาที่จะรื้อลง สำหรับข้อนี้ไม่บังคับสำหรับชั้นที่ได้รื้อโค้งตั้งพื้นออกแล้ว  หรือช่องเปิดซึ่งใช้สำหรับขนส่งวัสดุเครื่องอุปกรณ์

 

ที่มา : มาตรฐานความปลอดภัยสำหรับงานก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2518

วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย  ในพระบรมราชูปถัมภ์

 

 

 

Baucon.

Baucon Company Limited

รับทุบตึก รับรื้อถอนทำลาย
ทั้งงานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม
และงานระบบ M&E
ด้วยราคาตามงบประมาณของท่าน
รับรื้อถอน รับรื้ออาคาร รับรื้อบ้าน
รับรื้อถอนบ้าน รื้อถอนอาคาร
รับรื้อถอนอาคารและสิ่งปลูกสร้างทุกชนิด
 
Scope of Work.
รับทุบตึก รับรื้อถอนทำลาย
ทั้งงานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม
และงานระบบ M&E
รับทุบสะพานคอนกรีต สกัดโครงสร้าง
คอนกรีต
รับสกัดโครงสร้างใต้ดิน รื้อโรงงาน
รื้อโกดัง

รับรื้อถอนอาคารและสิ่งปลูกสร้าง
ทุกชนิด

 

โทรศัพท์ : 
081 -869 -2706.

แฟกซ์ : 
02 -973 -5392.

อีเมล์ :
baucon-contractor@hotmail.co.th